ผู้ป่วยมะเร็งเสี่ยงไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus) มากกว่าคนทั่วไปจริงไหม?
None
Author:From:FUDA

ในช่วงที่ทั่วโลกจับตาโรคอุบัติใหม่ หนึ่งในชื่อที่ถูกกล่าวถึงบ่อยคือ “ไวรัสนิปาห์” (Nipah Virus) ไวรัสอันตรายที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง และยังไม่มียารักษาเฉพาะหรือวัคซีนสำหรับมนุษย์ คำถามสำคัญที่หลายคนกังวล โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัว คือ “ ผู้ป่วยมะเร็งมีความเสี่ยงต่อไวรัสนิปาห์มากกว่าคนทั่วไปจริงหรือไม่? “
ทำความรู้จัก “ไวรัสนิปาห์” แบบเข้าใจง่าย
ไวรัสนิปาห์ (Nipah Virus หรือ NiV) เป็นไวรัสในกลุ่มเดียวกับไวรัสเฮนดรา จัดเป็น โรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (Zoonotic Disease) ถูกค้นพบครั้งแรกในปี พ.ศ. 2541 จากการระบาดในกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรที่หมู่บ้านนิปาห์ ประเทศมาเลเซีย
องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดให้ไวรัสนิปาห์เป็นหนึ่งในโรคอุบัติใหม่ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจาก
· มีความรุนแรงสูง
· มีโอกาสก่อให้เกิดการระบาดเป็นวงกว้าง
· ปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนหรือยารักษาเฉพาะสำหรับมนุษย์
ไวรัสนิปาห์ติดต่อได้อย่างไร?
พาหะตามธรรมชาติของไวรัสนิปาห์คือ ค้างคาวกินผลไม้ (ค้างคาวแม่ไก่) ซึ่งสามารถแพร่เชื้อผ่านน้ำลาย ปัสสาวะ หรืออุจจาระ โดยไม่แสดงอาการป่วย
การติดต่อที่ควรระวัง ได้แก่
· จากสัตว์สู่คน: สัมผัสสุกรหรือค้างคาวที่ติดเชื้อ หรือรับประทานผลไม้ที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่งจากค้างคาว
· จากคนสู่คน: สัมผัสใกล้ชิดกับสารคัดหลั่งของผู้ป่วย เช่น น้ำลาย น้ำมูก หรือเลือด
· การบริโภค: ดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำตาลสดที่เก็บในวิธีไม่ถูกสุขลักษณะ
อาการของไวรัสนิปาห์ที่ควรรู้
ระยะฟักตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 4–14 วัน (อาจนานถึง 45 วัน)
อาการระยะแรก คล้ายไข้หวัดใหญ่
· ไข้สูง ปวดศีรษะ
· ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
· เจ็บคอ อาเจียน ไอ เหนื่อยหอบ
อาการรุนแรง เมื่อเชื้อทำลายระบบประสาท
· ง่วงซึม สับสน
· ชักเกร็ง
· หมดสติหรือโคม่าอย่างรวดเร็ว
· ผู้รอดชีวิตบางรายอาจมีความผิดปกติทางระบบประสาทหลงเหลือ
อัตราการเสียชีวิตจากการระบาดในหลายพื้นที่อยู่ที่ 40–75% ถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับโรคติดเชื้ออื่น ๆ
แล้วผู้ป่วยมะเร็ง “เสี่ยงกว่า” จริงหรือไม่?
คำตอบคือ : จริงในแง่ของความรุนแรง ไม่ใช่ในแง่การติดเชื้อได้ง่ายกว่า
ผู้ป่วยมะเร็ง ไม่ได้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์ง่ายกว่าคนทั่วไปโดยอัตโนมัติ แต่หากได้รับเชื้อเข้าไปแล้ว มีแนวโน้มที่จะ “มีอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนมากกว่า”
เหตุผลสำคัญที่ผู้ป่วยมะเร็งต้องระวังเป็นพิเศษ
ผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมากอยู่ในภาวะ ภูมิคุ้มกันต่ำ (Immunocompromised) จากตัวโรคหรือการรักษา เช่น เคมีบำบัด การฉายแสง หรือการผ่าตัด ส่งผลให้
· ร่างกายกำจัดไวรัสได้ช้ากว่าคนปกติ
· มีโอกาสเกิดสมองอักเสบหรือระบบหายใจล้มเหลวได้ง่าย
· ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงขึ้น เมื่อเทียบกับผู้ที่ร่างกายแข็งแรง
หมายเหตุสำคัญ: ผู้ป่วยมะเร็งไม่ได้ “ดึงดูด” เชื้อโรคมากกว่าคนอื่น แต่หากติดเชื้อแล้ว ร่างกายจะรับมือได้ยากกว่า
วิธีป้องกันไวรัสนิปาห์ สำหรับผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัว
แม้ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบการระบาดในคน แต่การป้องกันไว้ก่อนถือเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
· หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีรอยแทะ หรือผลไม้ที่หล่นใต้ต้น
· ล้างผลไม้ให้สะอาด และปอกเปลือกก่อนรับประทาน
· งดสัมผัสสุกรหรือค้างคาวโดยไม่จำเป็น
· ล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ
· สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในที่แออัดหรือสถานพยาบาล
สรุปสั้น ๆ
ไวรัสนิปาห์เป็นโรคที่ พบไม่บ่อย แต่รุนแรงมาก สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ความเสี่ยงสำคัญไม่ใช่การติดเชื้อได้ง่ายกว่า แต่คือ ผลลัพธ์ของโรคที่อาจรุนแรงกว่าคนทั่วไป การดูแลสุขอนามัยและหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดในปัจจุบันครับ
ปรึกษาโรคมะเร็ง
หากคุณต้องการทราบว่าผู้ป่วยเหมาะสำหรับการรักษาแบบบาดแผลเล็กหรือไม่ (การรักษาด้วยความเย็น การรักษาด้วยมีดนาโน การรักษาเฉพาะจุดแบบอุดตันเส้นเลือด ฯลฯ) และค่าใช้จ่ายในการรักษา กรุณากรอกข้อมูลผู้ป่วย เพื่อรับคำแนะนำจากทีมแพทย์มะเร็งผู้เชี่ยวชาญของเรา
-
โรงพยาบาลมะเร็งเฉพาะทางแห่งชาติ -
โรงพยาบาลมะเร็งที่ได้รับรองมาตรฐาน JCI ระดับนานาชาติ -
ศูนย์ฝึกอบรมการรักษาด้วยความเย็นแห่งเอเชีย -
ศูนย์ชีวการแพทย์กว่างโจวสถาบันวิทยาศาสตร์จีนและเวชศาสตร์ปริวรรตสถาบันสุขภาพ
