หน้าหลัก / ข่าวสารมะเร็ง

เคมีบำบัดครั้งที่เท่าไร “ทรมานที่สุด”ต้องทำครบ 6 ครั้งจริงไหม?

None

Author:NoneFrom:FUDA

image.png


  สำหรับผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมาก “เคมีบำบัด” ถือเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดของการรักษา หลายคนมักมีคำถามอยู่ในใจ เช่น เคมีบำบัดครั้งที่เท่าไรจะทรมานที่สุด? ต้องทำครบ 6 ครั้งจริงหรือไม่? และมีผู้ป่วยกี่คนที่สามารถผ่านการรักษาครบตามแผนได้

  ความจริงแล้ว เรื่องเหล่านี้ไม่ได้มีคำตอบตายตัว แต่จากประสบการณ์ทางการแพทย์ เราสามารถอธิบายภาพรวมให้เข้าใจได้มากขึ้น

  เคมีบำบัดครั้งที่เท่าไรทรมานที่สุด?

  โดยทั่วไป ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมีประสบการณ์คล้ายกันในแต่ละช่วงของการทำเคมีบำบัด

  ช่วงครั้งที่ 1–2                ในช่วงแรก ร่างกายยังมีพลังและพื้นฐานสุขภาพค่อนข้างดี ผลข้างเคียงจากยาจึงมักยังไม่รุนแรงมาก อาการที่พบได้บ่อยคือคลื่นไส้ อ่อนเพลีย หรือเบื่ออาหาร แต่ส่วนใหญ่สามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้คลื่นไส้ การพักผ่อน และการดูแลร่างกายอย่างเหมาะสม

  

image.png


  ช่วงครั้งที่ 3–4           นี่คือช่วงที่ผู้ป่วยจำนวนมากรู้สึกว่า “หนักที่สุด” เพราะฤทธิ์ของยาเริ่มสะสม ผลข้างเคียงหลายอย่างอาจชัดเจนขึ้น เช่น

  เม็ดเลือดขาวลดลง ทำให้เสี่ยงติดเชื้อ

  ผมร่วง

  ท้องเสีย

  อาการชาหรือเหน็บชาที่มือและเท้า

  คลื่นไส้ที่ยาวนานขึ้น

  อาการเหล่านี้อาจทำให้การใช้ชีวิตประจำวันยากขึ้น จึงเป็นช่วงที่หลายคนรู้สึกว่าการรักษาหนักที่สุด

  ตั้งแต่ครั้งที่ 5 เป็นต้นไป            หากร่างกายสามารถผ่าน 4 ครั้งแรกมาได้ดี ผู้ป่วยบางคนจะเริ่มปรับตัวกับยาได้ อาการไม่สบายอาจคงที่หรือดีขึ้นเล็กน้อย แต่ในบางราย หากร่างกายอ่อนล้าสะสม ก็อาจรู้สึกเหนื่อยมากขึ้นได้เช่นกัน

  ดังนั้นโดยภาพรวม ช่วงที่มักทรมานที่สุดคือการทำเคมีบำบัดครั้งที่ 3–4 แต่ความรู้สึกของแต่ละคนแตกต่างกัน ผู้ป่วยที่อายุน้อย สุขภาพพื้นฐานดี และได้รับสารอาหารเพียงพอ มักจะทนต่อการรักษาได้ดีกว่า

  ผู้ป่วยมะเร็งกี่คนที่ทำเคมีบำบัดครบ 6 ครั้งได้ ?

  หลายคนกังวลกับตัวเลข “6 ครั้ง” แต่ในความเป็นจริง การทำเคมีบำบัดไม่ได้กำหนดตายตัวสำหรับทุกคน แพทย์จะพิจารณาจากชนิดของมะเร็ง ระยะของโรค และสภาพร่างกายของผู้ป่วย

  

image.png


  จากข้อมูลทางคลินิกพบว่า

  ประมาณ 70–80% ของผู้ป่วย สามารถทำเคมีบำบัดครบ 6 ครั้งได้      หากการรักษาได้ผลและผลข้างเคียงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

  ส่วนอีกประมาณ 20–30% อาจต้องมีการปรับแผนการรักษาระหว่างทาง เช่น      ลดจำนวนครั้ง เปลี่ยนสูตรยา หรือหยุดการรักษาชั่วคราว เพราะผลข้างเคียงรุนแรง      หรือร่างกายไม่สามารถทนต่อการรักษาได้

  สิ่งสำคัญคือ การที่ไม่ได้ทำครบ 6 ครั้ง ไม่ได้หมายความว่าการรักษาล้มเหลว แต่เป็นการปรับแผนเพื่อให้เหมาะสมและปลอดภัยกับผู้ป่วยที่สุด เพราะเป้าหมายของการรักษามะเร็งคือ ให้ได้ผลดี พร้อมกับรักษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยไว้

  3 คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่กำลังทำเคมีบำบัด

  1. อย่าฝืนทนกับผลข้างเคียง           หากมีอาการคลื่นไส้ ปวด นอนไม่หลับ หรือไม่สบายตัว ควรแจ้งแพทย์ทันที ปัจจุบันมียาที่สามารถช่วยลดผลข้างเคียงจากเคมีบำบัดได้มากกว่า 80%

  2. โภชนาการสำคัญมากกว่ายาบำรุง           การกินอาหารให้ครบถ้วน โดยเฉพาะโปรตีน เช่น ไข่ นม ปลา หรือเนื้อสัตว์ จะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวและมีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น

  3. มองการรักษาเป็นขั้นตอนของการต่อสู้กับโรค           อาการไม่สบายจากเคมีบำบัดมักเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่ง ทีมแพทย์จะคอยดูแลและปรับแผนการรักษาเพื่อช่วยให้ผู้ป่วยผ่านแต่ละขั้นตอนไปได้อย่างปลอดภัย

  ท้ายที่สุดแล้ว การทำเคมีบำบัดอาจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทุกครั้งของการรักษา คืออีกหนึ่งก้าวที่พาผู้ป่วย เข้าใกล้การควบคุมโรคและโอกาสฟื้นตัวมากขึ้น



  ปรึกษาโรคมะเร็ง

  หากคุณต้องการทราบว่าผู้ป่วยเหมาะสำหรับการรักษาแบบบาดแผลเล็กหรือไม่ (การรักษาด้วยความเย็น  การรักษาด้วยมีดนาโน  การรักษาเฉพาะจุดแบบอุดตันเส้นเลือด ฯลฯ) และค่าใช้จ่ายในการรักษา  กรุณากรอกข้อมูลผู้ป่วย เพื่อรับคำแนะนำจากทีมแพทย์มะเร็งผู้เชี่ยวชาญของเรา



รับคำแนะนำจากแพทย์


  • โรงพยาบาลมะเร็งเฉพาะทางแห่งชาติ
  • โรงพยาบาลมะเร็งที่ได้รับรองมาตรฐาน JCI ระดับนานาชาติ
  • ศูนย์ฝึกอบรมการรักษาด้วยความเย็นแห่งเอเชีย
  • ศูนย์ชีวการแพทย์กว่างโจวสถาบันวิทยาศาสตร์จีนและเวชศาสตร์ปริวรรตสถาบันสุขภาพ