“ภัยเงียบ” ที่ต้องระวัง ระหว่างทำเคมีบำบัด
None
Author:From:FUDA

หลายคนคิดว่าอาการที่ทรมานที่สุดจากการทำเคมีบำบัดคือคลื่นไส้อาเจียน หรือผมร่วง แต่ความจริงแล้ว อาการเหล่านี้แม้จะทำให้เหนื่อยทั้งกายและใจ ทว่ามักไม่อันตรายถึงชีวิต สิ่งที่ต้องระวังมากกว่าคือ “ภาวะกดไขกระดูก” ภัยเงียบที่มองไม่เห็น ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อรุนแรงหรือเลือดออกอันตรายได้
1. รู้จักภัยเงียบนี้ให้มากขึ้น
1) ภาวะกดไขกระดูกคืออะไร
ไขกระดูกของเราทำหน้าที่เหมือนโรงงานผลิตเม็ดเลือด ทั้งเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด แต่ยาเคมีบำบัดนอกจากจะทำลายเซลล์มะเร็งแล้ว ยังไปกระทบต่อโรงงานแห่งนี้ด้วย ทำให้จำนวนเม็ดเลือดลดต่ำลงมากกว่าปกติ

2) ทำไมอันตรายกว่าอาการอาเจียน
อาการคลื่นไส้อาเจียนแม้จะทรมาน แต่ส่วนใหญ่มักดีขึ้นภายในไม่กี่วัน ส่วนผมร่วงก็ไม่ได้กระทบต่อชีวิตโดยตรง แต่ภาวะกดไขกระดูกนั้นแตกต่างออกไป
หากเม็ดเลือดขาวต่ำมาก แม้แค่หวัดเล็ก ๆ ก็อาจลุกลามเป็นการติดเชื้อรุนแรงได้ และหากเกล็ดเลือดต่ำ แค่แปรงฟันก็อาจเลือดออกไม่หยุด นี่จึงเป็นภาวะที่น่ากังวลที่สุดระหว่างการทำเคมีบำบัด
3) ช่วงไหนที่เสี่ยงที่สุด
โดยทั่วไป หลังให้เคมีบำบัดประมาณ 1–2 สัปดาห์ ระดับเม็ดเลือดจะลดลงถึงจุดต่ำสุด ช่วงนี้ร่างกายจะอ่อนแอที่สุด หลายคนหลังให้ยาใหม่ ๆ ยังรู้สึกปกติ แต่พอผ่านไปหลายวันกลับเริ่มเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หรือมีไข้ จึงต้องระวังเป็นพิเศษ
2. วิธีสังเกตและรับมือ
1) สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
มีไข้ แม้เพียง 37 องศากว่า
มีรอยช้ำหรือจุดแดงตามตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ
เลือดออกตามไรฟันง่ายกว่าปกติ
เหนื่อยมาก เดินไม่กี่ก้าวก็หอบ
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าเม็ดเลือดต่ำเกินไปแล้ว
2) สิ่งที่ต้องระวังเมื่ออยู่บ้าน
วัดไข้ทุกวัน
ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาด
หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด
ผลไม้ควรปอกเปลือกก่อนกิน
อาหารต้องปรุงสุกเสมอ
ใช้เครื่องโกนหนวดไฟฟ้าแทนใบมีด
ตัดเล็บให้สั้น และหลีกเลี่ยงการแคะจมูกหรือแคะหู
3) เมื่อไหร่ควรรีบไปโรงพยาบาล
มีไข้เกิน 38 องศา
มีไข้นานเกิน 1 ชั่วโมง
เลือดออกไม่หยุด
อุจจาระมีสีดำหรือมีเลือดปน
หากมีอาการเหล่านี้ อย่ารอดูอาการเอง ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

3. การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน
1) กินอย่างไรให้ปลอดภัย
ควรได้รับโปรตีนให้เพียงพอ เช่น ไข่ ปลา และเนื้อไม่ติดมัน อาหารทุกชนิดควรปรุงสุกเสมอ งดอาหารดิบหรือยำไปก่อน ส่วนผลไม้ควรเลือกชนิดที่ปอกเปลือกได้
2) ขยับร่างกายอย่างไรให้ปลอดภัย
สามารถเดินเล่นเบา ๆ ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงสถานที่คนเยอะ และงดงานที่ต้องใช้แรงมาก เช่น ยกของหนักหรือทำงานบ้านหนัก ๆ ควรใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม และแปรงอย่างเบามือ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ภาวะกดไขกระดูกป้องกันล่วงหน้าได้ไหม
ตอบ: การตรวจเลือดตามนัดหลังให้เคมีบำบัด คือวิธีป้องกันที่ดีที่สุด อย่ารอจนมีอาการแล้วค่อยตรวจ เพราะหากเม็ดเลือดต่ำมากแล้วจะรักษาได้ยากกว่าเดิม
ถาม: กินอะไรช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดได้ไหม
ตอบ: อาหารช่วยได้เพียงเสริมโภชนาการเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มเม็ดเลือดได้อย่างชัดเจน วิธีที่ได้ผลจริงคือการรักษาทางการแพทย์ เช่น ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาวหรือเกล็ดเลือด
แม้อาการคลื่นไส้อาเจียนและผมร่วงจะเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ชัด แต่ “ภาวะกดไขกระดูก” คือภัยเงียบที่อันตรายกว่า โดยเฉพาะช่วง 1–2 สัปดาห์หลังให้เคมีบำบัด หากใส่ใจสังเกตอาการ วัดไข้ทุกวัน และรีบพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณผิดปกติ ก็จะช่วยให้การรักษาผ่านไปได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
ปรึกษาโรคมะเร็ง
หากคุณต้องการทราบว่าผู้ป่วยเหมาะสำหรับการรักษาแบบบาดแผลเล็กหรือไม่ (การรักษาด้วยความเย็น การรักษาด้วยมีดนาโน การรักษาเฉพาะจุดแบบอุดตันเส้นเลือด ฯลฯ) และค่าใช้จ่ายในการรักษา กรุณากรอกข้อมูลผู้ป่วย เพื่อรับคำแนะนำจากทีมแพทย์มะเร็งผู้เชี่ยวชาญของเรา
-
โรงพยาบาลมะเร็งเฉพาะทางแห่งชาติ -
โรงพยาบาลมะเร็งที่ได้รับรองมาตรฐาน JCI ระดับนานาชาติ -
ศูนย์ฝึกอบรมการรักษาด้วยความเย็นแห่งเอเชีย -
ศูนย์ชีวการแพทย์กว่างโจวสถาบันวิทยาศาสตร์จีนและเวชศาสตร์ปริวรรตสถาบันสุขภาพ
