หน้าหลัก / ข่าวสารมะเร็ง

“ภัยเงียบ” ที่ต้องระวัง ระหว่างทำเคมีบำบัด

None

Author:NoneFrom:FUDA

ny18_654875.jpg


  หลายคนคิดว่าอาการที่ทรมานที่สุดจากการทำเคมีบำบัดคือคลื่นไส้อาเจียน หรือผมร่วง แต่ความจริงแล้ว อาการเหล่านี้แม้จะทำให้เหนื่อยทั้งกายและใจ ทว่ามักไม่อันตรายถึงชีวิต สิ่งที่ต้องระวังมากกว่าคือ “ภาวะกดไขกระดูก” ภัยเงียบที่มองไม่เห็น  ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อรุนแรงหรือเลือดออกอันตรายได้

  1. รู้จักภัยเงียบนี้ให้มากขึ้น

  1) ภาวะกดไขกระดูกคืออะไร

  ไขกระดูกของเราทำหน้าที่เหมือนโรงงานผลิตเม็ดเลือด  ทั้งเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด แต่ยาเคมีบำบัดนอกจากจะทำลายเซลล์มะเร็งแล้ว ยังไปกระทบต่อโรงงานแห่งนี้ด้วย ทำให้จำนวนเม็ดเลือดลดต่ำลงมากกว่าปกติ

14cd69dbc48992b5a1259b95b9f90bb5.jpg

  2) ทำไมอันตรายกว่าอาการอาเจียน

  อาการคลื่นไส้อาเจียนแม้จะทรมาน แต่ส่วนใหญ่มักดีขึ้นภายในไม่กี่วัน ส่วนผมร่วงก็ไม่ได้กระทบต่อชีวิตโดยตรง แต่ภาวะกดไขกระดูกนั้นแตกต่างออกไป

  หากเม็ดเลือดขาวต่ำมาก แม้แค่หวัดเล็ก ๆ ก็อาจลุกลามเป็นการติดเชื้อรุนแรงได้ และหากเกล็ดเลือดต่ำ แค่แปรงฟันก็อาจเลือดออกไม่หยุด นี่จึงเป็นภาวะที่น่ากังวลที่สุดระหว่างการทำเคมีบำบัด

  3) ช่วงไหนที่เสี่ยงที่สุด 

  โดยทั่วไป หลังให้เคมีบำบัดประมาณ 1–2 สัปดาห์ ระดับเม็ดเลือดจะลดลงถึงจุดต่ำสุด ช่วงนี้ร่างกายจะอ่อนแอที่สุด หลายคนหลังให้ยาใหม่ ๆ ยังรู้สึกปกติ แต่พอผ่านไปหลายวันกลับเริ่มเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย หรือมีไข้ จึงต้องระวังเป็นพิเศษ

  2. วิธีสังเกตและรับมือ 

  1) สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม 

  มีไข้ แม้เพียง 37 องศากว่า    

  มีรอยช้ำหรือจุดแดงตามตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ

  เลือดออกตามไรฟันง่ายกว่าปกติ

  เหนื่อยมาก เดินไม่กี่ก้าวก็หอบ 

  อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าเม็ดเลือดต่ำเกินไปแล้ว

  2) สิ่งที่ต้องระวังเมื่ออยู่บ้าน 

  วัดไข้ทุกวัน 

  ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาด 

  หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด

  ผลไม้ควรปอกเปลือกก่อนกิน 

  อาหารต้องปรุงสุกเสมอ 

  ใช้เครื่องโกนหนวดไฟฟ้าแทนใบมีด

  ตัดเล็บให้สั้น และหลีกเลี่ยงการแคะจมูกหรือแคะหู

  3) เมื่อไหร่ควรรีบไปโรงพยาบาล 

  มีไข้เกิน 38 องศา 

  มีไข้นานเกิน 1 ชั่วโมง

  เลือดออกไม่หยุด

  อุจจาระมีสีดำหรือมีเลือดปน 

  หากมีอาการเหล่านี้ อย่ารอดูอาการเอง ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที

d7295c52810065b7153fe958278cb663.jpg


  3. การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน 

  1) กินอย่างไรให้ปลอดภัย 

  ควรได้รับโปรตีนให้เพียงพอ เช่น ไข่ ปลา และเนื้อไม่ติดมัน อาหารทุกชนิดควรปรุงสุกเสมอ  งดอาหารดิบหรือยำไปก่อน ส่วนผลไม้ควรเลือกชนิดที่ปอกเปลือกได้

  2) ขยับร่างกายอย่างไรให้ปลอดภัย 

  สามารถเดินเล่นเบา ๆ ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงสถานที่คนเยอะ และงดงานที่ต้องใช้แรงมาก เช่น ยกของหนักหรือทำงานบ้านหนัก ๆ ควรใช้แปรงสีฟันขนนุ่ม และแปรงอย่างเบามือ 

  คำถามที่พบบ่อย 

  ถาม: ภาวะกดไขกระดูกป้องกันล่วงหน้าได้ไหม

  ตอบ: การตรวจเลือดตามนัดหลังให้เคมีบำบัด  คือวิธีป้องกันที่ดีที่สุด อย่ารอจนมีอาการแล้วค่อยตรวจ เพราะหากเม็ดเลือดต่ำมากแล้วจะรักษาได้ยากกว่าเดิม

  ถาม: กินอะไรช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาวและเกล็ดเลือดได้ไหม 

  ตอบ: อาหารช่วยได้เพียงเสริมโภชนาการเท่านั้น ไม่สามารถเพิ่มเม็ดเลือดได้อย่างชัดเจน วิธีที่ได้ผลจริงคือการรักษาทางการแพทย์ เช่น ยากระตุ้นเม็ดเลือดขาวหรือเกล็ดเลือด 

  แม้อาการคลื่นไส้อาเจียนและผมร่วงจะเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ชัด  แต่ “ภาวะกดไขกระดูก” คือภัยเงียบที่อันตรายกว่า  โดยเฉพาะช่วง 1–2 สัปดาห์หลังให้เคมีบำบัด หากใส่ใจสังเกตอาการ วัดไข้ทุกวัน และรีบพบแพทย์เมื่อมีสัญญาณผิดปกติ ก็จะช่วยให้การรักษาผ่านไปได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น 



  ปรึกษาโรคมะเร็ง

  หากคุณต้องการทราบว่าผู้ป่วยเหมาะสำหรับการรักษาแบบบาดแผลเล็กหรือไม่ (การรักษาด้วยความเย็น  การรักษาด้วยมีดนาโน  การรักษาเฉพาะจุดแบบอุดตันเส้นเลือด ฯลฯ) และค่าใช้จ่ายในการรักษา  กรุณากรอกข้อมูลผู้ป่วย เพื่อรับคำแนะนำจากทีมแพทย์มะเร็งผู้เชี่ยวชาญของเรา



รับคำแนะนำจากแพทย์


  • โรงพยาบาลมะเร็งเฉพาะทางแห่งชาติ
  • โรงพยาบาลมะเร็งที่ได้รับรองมาตรฐาน JCI ระดับนานาชาติ
  • ศูนย์ฝึกอบรมการรักษาด้วยความเย็นแห่งเอเชีย
  • ศูนย์ชีวการแพทย์กว่างโจวสถาบันวิทยาศาสตร์จีนและเวชศาสตร์ปริวรรตสถาบันสุขภาพ