• ปรึกษาหมอมะเร็งฟรี
  • วิธีการรักษาแบบใหม่
  • แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
  • เรื่องราวของผู้ป่วย
หน้าหลัก / เรื่องราวของผู้ป่วย

ถ่ายทอดสดรายการรักสุขภาพของ ศ.นพ. สวี่เค่อเฉิง เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การต่อสู้กับโรคมะเร็งที่ยาวนานกว่า 16 ปี

มะเร็งปอด

Author:NoneFrom:FUDA

  เมื่อพูดถึงโรคมะเร็ง สิ่งแรกที่ผู้คนมักจะคิดและพูดถึงก็คือโรคนี้นั้นสามารถทำการรักษาให้หายขาดได้หรือไม่? ผู้ป่วยเป็นระยะที่เท่าไหร่? ผู้ป่วยจะมีชีวิตได้อีกนานแค่ไหน? เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ คุณหลู่และหลานชายได้เดินทางมาเป็นแขกรับเชิญในการถ่ายทอดสดรายการรักสุขภาพของ ศ.นพ. สวี่เค่อเฉิง เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การต่อสู้กับโรคมะเร็งที่ยาวนานกว่า 16 ปี

  

fuda29_599851.jpg


  ตอนที่ได้พบเจอกับคุณหลู่ในครั้งแรกนั้น เขากล่าวทักทายพวกเราด้วยความตื่นเต้น หากดูภายนอกเขาดูไม่เหมือนกับผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะสุดท้ายเลยสักนิดเดียว “ตอนนี้ผมรู้สึกดีมากเลยครับ สภาพร่างกายดีมาก ผมพาหลานออกไปเดินเล่นทุกวันเลย” คุณหลู่กล่าว

  จากการ “อักเสบของหัวไหล่” กลายมาเป็นมะเร็งปอดส่วนปลายยอด

  ในปี 2003 คุณหลู่เริ่มมีอาการผิดปกติในการเคลื่อนไหวแขนข้างบนด้านขวา และไม่สามารถยกของหนักได้ หลังจากนั้นเขาก็พบว่ามือของตนเองนั้นไม่สามารถถือสิ่งของใดๆได้ รวมถึงมีอาการเจ็บปวด ชา ที่บริเวณแขนด้านบน ในตอนแรกคุณหลู่คิดว่าตนเองนั้นน่าจะมีอาการกระดูกสันหลังหรือหัวไหล่อักเสบทั่วไป จึงไม่ได้ใส่ใจกับอาการมากนัก เขาเดินทางไปรักษาอาการอักเสบของหัวไหล่ที่โรงพยาบาลในท้องถิ่นแต่อาการก็ไม่ดีขึ้นมากนัก เมื่ออาการปวดมีมากขึ้นเรื่อยๆในเดือนพฤษจิกายน ปี 2004 คุณหลู่จึงเดินทางไปตรวจที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองยี่หยาง จากผล CT พบรอยโรคที่บริเวณปอดขวาด้านบน คาดว่ามีโอกาสเป็นก้อนเนื้อมะเร็ง แต่เมื่อทำการตรวจชิ้นเนื้อไปทั้งหมด 2 รอบกลับไม่พบเซลล์มะเร็ง ในวันที่ 1 ธันวาคม ปี 2005 คุณหลู่ได้เดินทางมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในมณฑลหูหนาน จากผลตรวจ PET/CT พบว่าคุณหลู่เป็นมะเร็งที่บริเวณปอดส่วนปลายยอด ก้อนเนื้อได้ไปเบียดกระดูกซี่โครงส่วนแรกที่บริเวณด้านหลัง รวมถึงกระดูกสันหลังตรงบริเวณใกล้เคียง และมีการบีบอัดที่บริเวณถุงเยื่อดูราของไขสันหลัง หลังจากนั้นคุณหลู่ได้ทำการรักษาด้วยการฉายแสงไปทั้งหมด 20 ครั้ง แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้นมากนักแม้เขาจะเสียค่าใช้จ่ายไปมากแล้วก็ตาม

  “ตอนนั้นคุณหมอแจ้งผมว่า ผมจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียง 3 เดือน หรือประมาณ 100 วันเท่านั้น” คุณหลู่กล่าวด้วยความใจเย็นว่า ถึงแม้ตัวเขานั้นจะเตรียมใจไว้แล้วบ้าง แต่มันเป็นเรื่องที่เศร้าใจมากสำหรับครอบครัวของเขา ดังคำพูดที่ว่า “เมื่อมีคนในครอบครัวป่วย ทั้งครอบครัวก็จะป่วยไปด้วย” หลังจากทราบข่าวครอบครัวของเขาก็ตกอยู่ในภาวะเศร้า ร้องไห้ทั้งวัน พวกเขาพยายามเดินทางไปปรึกษารวมถึงตามหาแนวทางการรักษาที่โรงพยาบาลมากมาย แต่ก็ล้วนถูกปฎิเสธเนื่องจากคุณหลู่นั้นเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายแล้ว แต่แล้วพี่ชายของคุณหลู่ก็ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับโรงพยาบาลมะเร็งฟูด้ากว่างโจวผ่านทางเพื่อนของเขา ถึงแม้จะมีความลังเลใจในการรักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชน คุณหลู่ก็ได้เดินทางมายังโรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าในวันที่ 6 มกราคม ปี 2006 พร้อมกับคุณแม่ของหลี่หลิง หลังจากมาถึงคุณหลู่ไม่ได้เข้าพบแพทย์โดยทันที เขาตัดสินใจเดินไปที่วอร์ดของคนไข้เพื่อสอบถามกับคนไข้ท่านอื่นๆก่อน ในระหว่างนั้นเขาได้พบกับคนไข้ที่กำลังจะออกจากโรงพยาบาล คนไข้ท่านนั้นพูดกับเขาว่า “ไม่ต้องกังวลหรอก โรงพยาบาลที่นี้ดีจริงๆ ดูซิผมกำลังจะได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว” หลังจากได้สำรวจความคิดเห็นจากผู้ป่วยท่านอื่นๆแล้วได้การตอบรับที่ดี เขาจึงตัดสินใจทำการรักษาที่โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้า

  ก้อนเนื้อหายไปหลังจากทำการรักษาได้ 3 เดือน

  

2kk.jpg


ภาพ CT ก่อนทำการรักษา

  “ก้อนเนื้อขนาดประมาณ 10*10 ซม. ถึงแม้ว่าจะพลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทำการรักษาไปแล้ว แต่ยังโชคดีที่มาทัน ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะสายเกินไปเสียแล้ว” ในวันนั้นผู้อำนวยการสวีเค่อเฉิงและ ศ.นพ. หลี  ลี่จื้อได้ทำการวินิจฉัยโรคให้กับคุณหลู่ พร้อมตัดสินใจว่าจะทำการรักษาด้วยการสลายเนื้องอกด้วยความเย็นร่วมกับการฝังแร่ให้กับคุณหลู่ในวันที่ 7 เดือนมกราคม

  

fuda29_767556.jpg


ระหว่างทำการรักษา

  หลังจากทำการรักษาคุณหลู่รู้สึกดีขึ้นมาก เขาอยากรีบกลับบ้านไปฉลองตรุษจีนกับครอบครัว หลังจากได้รับการประเมินจากทีมแพทย์ คุณหลู่ก็สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ในวันที่ 15 เดือนมกราคม “ในตอนแรกผมกลัวมากว่าจะถูกปฎิเสธเพราะว่าช่วงนี้ใกล้กับเทศตรุษจีน  ไม่คิดเลยว่าบุคลากรหลายท่านจะยอมเปลี่ยนตั๋วรถเพื่อมาดูแลรักษาผม” คุณหลู่รู้สึกขอบคุณตนเองอย่างมากที่ไม่ยอมแพ้และตัดสินใจที่จะมีชีวิตต่อไป

  

4kk.jpg


ภาพ CT หลังทำการรักษา

  หลังจากกลับบ้านคุณหลู่ได้ทำตามคำแนะนำของแพทย์และไปทำการตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลในท้องถิ่นในวันที่ 21 มกราคม จากผล CT แสดงให้เห็นว่าก้อนเนื้อจากที่เคยมีขนาดใหญ่ถึง 10*10 ซม. ได้ลดขนาดเล็กลงเหลือเพียง 2.6*1.3 ซม. “คุณหมอท่านนั้นตกใจมาก เขาคิดว่าเครื่องตรวจน่าจะมีปัญหา ดังนั้นจึงให้ผมตรวจฟรีเพิ่มอีกครั้งหนึ่ง” แต่ที่น่าตกใจที่สุดก็คือ หลังจากทำการรักษาไป 3 เดือนก้อนเนื้อก็ได้สลายไปหมด ในความเป็นจริงแล้วการสลายของเนื้องอกนั้นไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับการรักษา แต่การดูแลรักษาร่างกายหลังการรักษาก็มีความสำคัญเช่นกัน เมื่อก่อนคุณหลู่มักจะนอนดึก สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า แต่ตอนนี้เขาได้เปลี่ยนการรักษาชีวิตให้ในทางที่ดีขึ้น พยายามมีความสุขในการใช้ชีวิตและการทำงาน และไปตรวจร่างกายด้วยสุขภาพที่ดีขึ้นในทุกครั้ง จนล่าสุดในเดือนกรกฎาคม ปี 2020 ก็ตรวจไม่พบเนื้องอกในร่างกายของเขาแล้ว “ตั้งแต่ปี 2004 ผมคอยคำนวนตลอดเวลา คำนวนว่าตนเองนั้นเหลือเวลาอีกกี่วัน แต่ตอนนี้ผมนั้นไม่เพียงแต่อยู่มานาน 100 วัน แต่อยู่มาถึง 60*100 วันแล้ว”

  แนะนำโรงพยาบาลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

  เพื่อเป็นการตอบแทนที่ได้ทำการช่วยเหลือคุณหลู่ พี่สาวของเขาได้เตรียมเงินมาเพื่อมอบให้กับผู้ดูแลของเขาที่โรงพยาบาล แต่ทางโรงพยาบาลได้ปฎิเสธเงินดังกล่าว “ ผอ.สวี ลูกชายของผมเป็นนักข่าว ผมจะช่วยขอให้เขาเขียนเรื่องราวของโรงพยาบาลฟูด้าให้” หลังจากนั้นคุณหลี่หลิงหลานชายของเขาก็ได้มาที่โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้า

  “ในฐานะสื่อ ผมไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับโรงพยาบาลเอกชนมากนัก แต่หลังจากที่ได้รู้จักกับฟูด้าผมจึงเข้าใจว่าทำไมแม่ของผมถึงบอกว่าฟูด้านั้นเป็นโรงพยาบาลที่มีจริยธรรมทางการแพทย์สูง มีสกิลการรักษาที่มหัศจรรย์ และซื่อตรง” คุณหลี่หลิงกล่าว ในขณะที่พูดถึงอาการของคุณลุงของเขาก่อนหน้านี้ คุณหลี่หลิงถึงกับร้องไห้ออกมา เขาพูดว่าเขาได้พยายามเตรียมใจไว้ไว้บ้างแล้ว แต่หลังจากที่คุณลุงได้ทำการรักษาด้วยความเย็น คุณลุงก็อาการดีขึ้นมาก และได้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารของบ้านไปซะแล้ว

  “ครอบครัวของพวกเรานั้นรู้สึกขอบคุณโรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าเป็นอย่างมาก ดังนั้นพวกเราจึงยินดีที่จะช่วยแนะนำโรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น” คุณหลี่หลิงกล่าว เขาได้เผยแพร่เรื่องราวของคุณหลู่ให้กับผู้คนอื่นๆหลายครั้งแล้ว

  “การฟื้นฟูร่างกายที่รวดเร็วนั้นขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์ โชคชะตา และตัวคนไข้เอง รวมถึงการบังคับตนเองด้วย” ศ.นพ. หนิวลี่จื้อกล่าว โรคมะเร็งนั้นไม่ใช่โรคที่น่ากลัว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจะต้องตรวจเจอ วินิจฉัย และทำการรักษาให้รวดเร็ว และต้องแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและถูกต้องมากที่สุด โรคมะเร็งปอดเป็นโรคมะเร็งที่พบได้ในเพศชายมากที่สุด อย่างในกรณีของคุณหลู่ที่เป็นมะเร็งที่ปอดส่วนปลายยอดนั้นเป็นกรณีที่พบได้ไม่บ่อยนัก มีเพียงแค่ 5% เท่านั้น ดังนั้นการให้ความสำคัญต่อการป้องกันและการตรวจโรคมะเร็งนั้นสำคัญมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงที่อายุ 40 ปีขึ้นไปจะต้องระวังเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีการรักษาโรคมะเร็งนั้นเจริญก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ เราจะต้องมีความมั่นใจ รักษาสภาพจิตใจและยอมรับการเข้ารับการรักษาซึ่งนับเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของการรักษาโรคนี้

  การรักษาด้วยความเย็น

  การรักษาด้วยความเย็นนั้นเป็นเทคนิคการสลายเนื้องอกที่สำคัญอย่างหนึ่ง หลักการพื้นฐานคือการใช้ความเย็นอุณหภูมิ -160℃ เข้าไปทำลายเนื้องอกมะเร็งโดยตรง ทำให้เนื้องอกเกิดภาวะคลายน้ำและแตกสลาย หรือทำลายหลอดเลือดของเนื้องอกทำให้เนื้องอกขาดออกซิเจนและตายลง หลังจากทำการรักษาด้วยความเย็นแล้ว ก้อนเนื้อที่ตายลงจะยังคงอยู่ในร่างกาย และสามารถปล่อยสารแอนติเจนซึ่งช่วยในการส่งเสริมภูมิคุ้มกันในการต่อต้านโรคมะเร็ง หลังจากทำการรักษาด้วยความเย็นแล้วเนื้องอกจะตอบสนองต่อการให้คีโมหรือการฉายแสงได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ประสิทธิภาพของคีโมและการฉายแสงดียิ่งขึ้น

  โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าได้นำเทคโนโลยีการรักษาด้วยความเย็นเข้ามาใช้ในปี 2000 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 20 ปีแล้ว จากรายงานในเดือนตุลาคมปี 2019 ผู้อำนวยการสมาคมการรักษาด้วยความเย็นนานาชาติ ศ.นพ. หนิวลี่จื้อและทีมแพทย์นั้นได้ทำการรักษาด้วยความเย็นให้กับผู้ป่วยมามากกว่า 10,000 ราย

วิธีการรักษา
  • การรักษาด้วยความเย็น (Cryosurgical Ablation, CSA)...

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง
  • ศ.นพ.สวีเค่อเฉิง...

การรักษาที่กำลังนิย
  • การรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือด

  • การรักษาด้วยความเย็น (Cryosurgical Ablation, CSA)

  • การรักษาด้วยมีดนาโน (IRE)

  • การรักษาด้วยคลื่นไมโครเวฟ

  • การรักษาด้วยแสงจำเพาะ (Photodynamic Therapy, PDT)

  • การรักษาด้วยคีโมร้อนบริเวณช่องท้อง

  • การรักษาโดยสร้างภูมิคุ้มกันแบบองค์รวม

  • โรงพยาบาลมะเร็งเฉพาะทางแห่งชาติ
  • โรงพยาบาลมะเร็งที่ได้รับรองมาตรฐาน JCI ระดับนานาชาติ
  • ศูนย์ฝึกอบรมการรักษาด้วยความเย็นแห่งเอเชีย
  • ศูนย์ชีวการแพทย์กว่างโจวสถาบันวิทยาศาสตร์จีนและเวชศาสตร์ปริวรรตสถาบันสุขภาพ