แผลในช่องปากหรือมะเร็งลิ้น? สามารถรักษาได้โดยการให้คีโมเฉพาะจุดร่วมกับการรักษาด้วยการอุดตันเส้นเลือด
มะเร็งลิ้น
Author:FUDA
From:แผลในช่องปากหรือมะเร็งลิ้น? สามารถรักษาได้โดยการให้คีโมเฉพาะจุดร่วมกับการรักษาด้วยการอุดตันเส้นเลือด
มะเร็งลิ้นเป็นมะเร็งที่ตรวจพบได้มากที่สุดในมะเร็งช่องปาก และมะเร็งในช่องปากนั้นนับเป็นหนึ่งในมะเร็งที่ตรวจพบได้มากที่สุดในส่วนของมะเร็งที่บริเวณศีรษะและลำคอ มะเร็งลิ้นนั้นค่อนข้างอันตราย เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว มันสามารถส่งผลกระทบต่อการกลืนอาหาร การเคี้ยว การออกเสียงซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก การตรวจพบในระยะแรกและรีบเข้ารับการรักษานั้นสามารถเพิ่มอัตราการยืดชีวิตและประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตของผู้ป่วยให้สูงขึ้นได้ มะเร็งช่องปากที่บริเวณลิ้นชนิดสะความัสเซลล์นั้นเป็นมะเร็งที่พบได้มากที่สุดในมะเร็งช่องปาก นอกจากนี้ยังเป็นมะเร็งที่มีความรุนแรงกว่ามะเร็งช่องปากชนิดอื่นๆอีกด้วย เมื่อไม่นานมานี้ผู้ป่วยมะเร็งช่องปากที่บริเวณลิ้นชนิดสะความัสเซลล์ได้ส่งป้ายเพื่อแสดงความขอบคุณต่อเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลมะเร็งมะเร็งฟูด้าเพื่อแสดงความขอบคุณต่อการรักษาที่แม่นยำและการดูแลที่จริงใจ
จากแผลในช่องปากกลายเป็นมะเร็งลิ้น
คุณเฝิงชายวัย 51 ปี เขาทำอาชีพค้าขายจึงต้องเดินทางเป็นประจำ เมื่อปีที่แล้วในเดือนมกราคมเขาพบว่าตนเองนั้นมีแผลที่บริเวณในช่องปาก ซึ่งในตอนนั้นเขาคิดว่าตนเองนั้นเป็นร้อนใน จึงไม่ได้เดินทางไปตรวจที่โรงพยาบาล และเข้าไปตรวจและรับยาที่คลินิกเล็กๆในท้องถิ่นเท่านั้น “คุณหมอที่นั่นไม่ได้แจ้งผมว่ามีปัญหาอะไร แจ้งเพียงแค่ว่าเป็นแผลที่เกิดจากการเสียดสีของฟันเท่านั้น ผมจึงไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่นัก” คุณเฝิงกล่าว และในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ลิ้นของคุณเฝิงเริ่มมีอาการเจ็บปวด แต่เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้การไปพบหมอที่โรงพยาบาลนั้นค่อนข้างลำบาก เขาจึงไม่ได้เดินทางไปตรวจที่โรงพยาบาล
แต่เมื่อเวลาผ่านไปอาการของเขากลับแย่ลง ในเดือนพฤษภาคมปี 2020 เขาได้เข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองเซี้ยงไฮ้ จากผลตรวจพบว่าเขาเป็นมะเร็งลิ้นชนิดสะความัสเซลล์ ผลตรวจที่ออกมาทำให้คุณเฝิงรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก “ไม่ใช่แผลในช่องปากงั้นเหรอ ทำไมกลายเป็นะเร็งลิ้นไปซะได้?”คุณเฝิงคิดด้วยความสับสน ในความเป็นจริงแล้วนั้นอาการเริ่มแรกของมะเร็งในช่องปากคือ หากพบว่ามีแผลที่บริเวณช่องปากแล้วแผลตรงนั้นจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ถ้ามีแผลที่นานเกินกว่า 2 สัปดาห์แล้วยังไม่สามารถรักษาให้หายดี จะต้องรีบไปตรวจที่โรงพยาบาลว่ามีโอกาสที่จะเกิดเป็นมะเร็งลิ้นหรือไม่
อาการเริ่มต้นของโรคมะเร็งลิ้นนั้นใกล้เคียงกับแผลในช่องปากเป็นอย่างมาก ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดเมื่อถูกกระตุ้นด้วยความเย็น ความร้อน รสชาติเปรี้ยวและเผ็ด เมื่ออาการลุกลามขึ้นเรื่อยๆแผลจะมีขนาดใหญ่และแข็งขึ้น ลักษณะภายนอกของแผลจะคล้ายกับปล่องภูเขาไฟเล็กๆ และเมื่อก้อนเนื้อขยายตัวใหญ่ขึ้นจะทำให้ความเจ็บปวดนั้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้การเคลื่อนไหวของลิ้นก็จะได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน เช่น มีความลำบากในการรับประทานอาหาร พูดไม่ชัดเป็นต้น เมื่อถึงระยะกลางและระยะสุดท้ายต่อมน้ำเหลืองบริเวณใต้คางและลำคอก็จะขยายใหญ่ขึ้น
ในตอนนั้นคุณหมอได้แนะนำให้คุณเฝิงเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัด แต่เขาปฎิเสธการเข้ารับการผ่าตัด และทดลองทำการรักษาด้วยการรับประทานยาสมุนไพรก่อน “ในตอนนั้นผมเชื่อถือยาจีนมากกว่า คิดว่าถ้าหากต้องเข้ารับการผ่าตัดก็อยากจะลองใช้ยาจีนดูว่าจะสามารถช่วยในการควบคุมเซลล์มะเร็งได้หรือเปล่า” คุณเฝิงกล่าว เมื่อเขาได้ทดลองรับประทานยาจีนไปประมาน 3 เดือน คุณเฝิงก็ได้เข้ารับการตรวจ CT อีกครั้งในเดือนสิงหาคมปี 2020 และพบว่ามีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ที่ลิ้นและมีการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองที่บริเวณคออีกด้วย อาการต่างๆเช่นความเจ็บปวด หุบปากไม่ได้ รับประทานอาหารไม่ได้ทำให้ครอบครัวของคุณเฝิงรู้สึกกังวลใจเป็นอย่างมาก จึงได้ขอร้องให้คุณเฝิงเข้ารับการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันแทน
“ในตอนนั้นผมก็แค่ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ” คุณเฝิงกล่าว แต่เมื่อเห็นว่าครอบครัวมีความกังวลใจ เขาจึงเริ่มหาแนวทางการรักษาอื่นๆ ในตอนนั้นคุณเฝิงมีโอกาสได้อ่านบทความของ ศ.นพ. สวีเค่อเฉิง ผู้อำนวยการของโรงพยาบาลมะเร็งฟูด้า และได้ทราบข้อมูลของโรงพยาบาลและได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาด้วยความเย็น ด้วยความสงสัยว่าเทคนิคการรักษาดังกล่าวนั้นจะเหมาะสมกับเขาหรือไม่ คุณเฝิงจึงได้เดินทางมาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าในเดือนกันยายนปี 2020
การให้คีโมเฉพาะจุดทำให้ก้อนเนื้อเล็กลง
หลังจากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล คุณเฝิงได้เข้ารับการตรวจอย่างละเอียด จากผลตรวจพบว่าลิ้นของคุณเฝิงนั้นตึงอยู่ในช่องปาก อีกทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นที่เห็นได้ชัด ที่คอด้านซ้ายนั้นสามารถคลำเจอต่อมน้ำเหลืองที่ขยายตัวใหญ่ขึ้นขนาดประมาณ 6*7 ซม. และไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ หลังจากได้ทราบรายละเอียด ศ.นพ. สวีเค่อเฉิงได้วางแพลนให้คุณเฝิงเข้ารับการรักษาด้วยคีโมเฉพาะจุด
ถึงแม้จุดมุ่งหมายของเขาคือการเข้ารับการรักษาด้วยความเย็น แต่เมื่อได้ปรึกษากับแพทย์แล้วคุณเฝิงก็ตัดสินใจทำตามคำแนะนำของแพทย์ นพ.หยางชิงเฟิง และ นพ.จงเซี่ยวจุนจากแผนกการรักษาเฉพาะจุดได้วางแผนการรักษาให้คุณเฝิงเข้ารับการรักษาด้วยคีโมเฉพาะจุด 4 ครั้ง และเข้ารับการรักษาด้วยการอุดตันเส้นเลือด 1 ครั้ง “หลังจากได้เข้ารับการรักษาด้วยคีโมเฉพาะจุดในครั้งแรกที่ผมรู้สึกได้เลยก็คือก้อนเนื้อตรงบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่คอไม่แข็งเท่าเดิมและค่อยๆนิ่มลง” คุณเฝิงกล่าว
ความเปลี่ยนแปลงหลังจากได้เข้ารับการรักษาด้วยคีโมเฉพาะจุด
หลังจากได้เข้ารับการรักษาเพียงไม่กี่ครั้ง อาการของคุณเฝิงก็ค่อยๆดีขึ้น หลังจากนั้นคุณเฝิงได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรคมะเร็งเพิ่มเติม และได้เสนอแนวทางการรักษาด้วยการฉายแสงให้คุณหมอทราบ แต่เมื่อประเมินอาการของคุณเฝิงแล้ว ศ. นพ.เจิงจงหยวนหัวหน้าแผนกการรักษาโรคมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอได้แนะนำให้เขาเข้ารับการรักษาด้วยคีโมเฉพาะจุดเพิ่มอีกหนึ่งครั้ง เพื่อลดขนาดก้อนเนื้อให้เล็กลง เพื่อลดอัตราการเลือดออกระหว่างทำการผ่าตัดครั้งต่อไป “ผมคิดว่า ศ.เจิงพูดถูกแล้ว นอกจากนี้ผมคิดว่าโรงพยาบาลที่สามารถวางแผนการรักษาให้ผู้ป่วยได้ทุกเมื่อแบบนี้นั้นดีมากๆ มันทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายใจ”
หลังจากการรักษาได้ผ่านไปเรื่อยๆ อาการของคุณเฝิงก็ค่อยๆดีขึ้น จากที่ไม่สามารถพูดคุย ทำได้เพียงรับประทานอาหารเหลว คุณเฝิงก็สามารถพูดคุยได้แล้ว ก้อนเนื้อตรงบริเวณต่อมน้ำเหลืองที่คอด้านซ้ายก็มีขนาดเล็กลงจาก 6*7 ซม. เหลือ 1*2 ซม. เท่านั้น ผลการรักษาดังกล่าวทำให้คุณเฝิงรู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก “ผมคิดว่าตอนนี้หากดูจากภายนอกคนก็คงดูกันไม่ออกแล้วว่าผมเป็นผู้ป่วยโรคมะเร็ง” คุณเฝิงกล่าว
ป้ายแสดงความขอบคุณ
ก่อนที่จะออกจากโรงพยาบาล คุณเฝิงได้มอบป้ายให้กับบุคลาการทางการแพทย์ของวอร์ด 5 และแผนกการรักษาเฉพาะจุดเพื่อแสดงความขอบคุณ “แนวคิดที่มุ่งเน้นการดูแลผู้คนของโรงพยาบาลนั้นทำให้ผมรู้สึกซึ้งใจเป็นอย่างมาก” คุณเฝิงกล่าว อย่างเช่น นพ.จงเซี่ยวจุนมักจะสอบถามและอธิบายทุกขั้นตอนการรักษาให้เขาทราบพร้อมกับตอบคำถามที่เขาสงสัยเสมอ เจ้าหน้าที่พยาบาลในวอร์ด 5 นั้นล้วนดูแลเขาด้วยความจริงใจ ทำให้คุณเฝิงนั้นรู้สึกได้ถึงความรับผิดชอบและเอาใจใส่ในหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ทุกคน คุณเฝิงรู้สึกว่าโรงพยาบาลมะเร็งฟูด้ากว่างโจวนั้นสามารถบริการเทคโนโลยีที่ดีให้กับผู้ป่วยทุกท่านได้ โรงพยาบาลสามารถยืดชีวิตพร้อมกับเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น เขาหวังว่าผลการรักษาของเขาจะสามารถเพิ่มความหวังให้กับผู้ป่วยท่านอื่นๆให้สู้ต่อไปได้
ปรึกษาโรคมะเร็ง
หากคุณต้องการทราบว่าผู้ป่วยเหมาะสำหรับการรักษาแบบบาดแผลเล็กหรือไม่ (การรักษาด้วยความเย็น การรักษาด้วยมีดนาโน การรักษาเฉพาะจุดแบบอุดตันเส้นเลือด ฯลฯ) และค่าใช้จ่ายในการรักษา กรุณากรอกข้อมูลผู้ป่วย เพื่อรับคำแนะนำจากทีมแพทย์มะเร็งผู้เชี่ยวชาญของเรา
-
การรักษาอุดเส้นเลือดของเนื้องอกแบบใหม่ - HepaSphere...
-
นพ.หยางชิงเฟิง...
การรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือด
การรักษาด้วยความเย็น (Cryosurgical Ablation, CSA)
การรักษาด้วยมีดนาโน (IRE)
การรักษาด้วยคลื่นไมโครเวฟ
การรักษาด้วยแสงจำเพาะ (Photodynamic Therapy, PDT)
การรักษาด้วยคีโมร้อนบริเวณช่องท้อง
การรักษาโดยสร้างภูมิคุ้มกันแบบองค์รวม
-
โรงพยาบาลมะเร็งเฉพาะทางแห่งชาติ
-
โรงพยาบาลมะเร็งที่ได้รับรองมาตรฐาน JCI ระดับนานาชาติ
-
ศูนย์ฝึกอบรมการรักษาด้วยความเย็นแห่งเอเชีย
-
ศูนย์ชีวการแพทย์กว่างโจวสถาบันวิทยาศาสตร์จีนและเวชศาสตร์ปริวรรตสถาบันสุขภาพ