หน้าหลัก / เรื่องราวของผู้ป่วย

ชาวอินโดนีเซียเป็นแผลที่ลิ้นนาน 1 ปี กว่าจะรู้ว่าเป็นมะเร็ง ก่อนรักษาที่ฟูด้า

None

Author:NoneFrom:FUDA

              

ny29_715943.png


  แผลในช่องปากเชื่อว่าหลายคนเคยเป็น เวลาปวดขึ้นมาก็กินข้าวไม่อร่อย แปรงฟันก็เจ็บ ยิ่งถ้าเผลอกัดโดนเข้าไปอีกที บอกเลยว่าเจ็บจนแทบทรุด แต่โดยทั่วไปแล้ว แผลพวกนี้มักจะหายเองภายในไม่กี่วันหรือประมาณ 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม มีแผลชนิดหนึ่งที่ไม่ยอมหาย ผ่านไปเป็นเดือน เป็นสองเดือน หรือแม้แต่เป็นปี ก็ยังไม่ดีขึ้น แบบนี้ต้องระวังให้มาก

  ลิ้นเป็นแผลนาน 1 ปี ก่อนพบว่าเป็นมะเร็ง

  คุณลุงเต๋อ อายุ 75 ปี เป็นชาวอินโดนีเซียเชื้อสายจีนฮากกา เมื่อ 12 ปีก่อน เขาไปหาหมอฟันเพราะอาการปวดฟัน แต่แปลกตรงที่ แม้จะรักษาฟันแล้ว อาการปวดกลับไม่ดีขึ้น นอกจากนี้ ใต้ลิ้นของเขายังมีแผลเรื้อรัง ตอนแรกเขาไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าแผลในปากเดี๋ยวก็หายเอง

  แต่ผ่านไปแล้วทั้ง 2 วัน 2 สัปดาห์ 2 เดือน จนถึง 1 ปี แผลไม่เพียงไม่หาย แต่กลับแย่ลงเรื่อย ๆ ลิ้นเริ่มเน่าเป็นแผลลึก เจ็บจนพูดแทบไม่ได้ แม้แต่การกินข้าวก็กลายเป็นเรื่องทรมาน

  ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ แพทย์ในท้องถิ่นแจ้งว่า ในลิ้นของเขามีก้อนเนื้องอกแล้ว

  “ก็แค่แผลในปากไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงกลายเป็นมะเร็งได้?” นี่คือคำถามที่ผู้ป่วยมะเร็งลิ้นแทบทุกคนมักสงสัยในวันที่ได้รับการวินิจฉัย

  แต่ความจริงมักพลิกความคาดหมาย: ไม่ใช่ว่าแผลในปากกลายเป็นมะเร็ง แต่ “แผล” นั้น ตั้งแต่แรกก็อาจเป็นมะเร็งอยู่แล้ว

  แผลในช่องปากมีอยู่หลายประเภท แบบที่เราพบได้บ่อยและหายเองภายในไม่กี่วัน เรียกว่าแผลทั่วไปหรือแผลร้อนในชนิดเป็นซ้ำ ซึ่งโดยตัวมันเองแล้ว ไม่ได้พัฒนาไปเป็นมะเร็ง

image.png

  มะเร็งลิ้น: แผลที่ดูเหมือนธรรมดา แต่อาจไม่ธรรมดา

  สำหรับผู้ป่วยมะเร็งลิ้น “แผลในปาก” ที่เห็นนั้น แท้จริงแล้วตั้งแต่แรกคือแผลชนิดมะเร็ง ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญญาณของโรคในระยะเริ่มต้น หากคุณมองว่าแผลในปากทุกชนิดเป็นแค่ “ร้อนใน” แล้วคิดว่าดื่มน้ำสมุนไพรเย็น ๆ หรือพ่นยาก็หาย อาจทำให้โรคเล็กกลายเป็นโรคร้ายโดยไม่รู้ตัว

  วิธีสังเกตตัวเองง่าย ๆ ทำได้ตอนแปรงฟัน

  ดู: สังเกตลิ้นหรือเยื่อบุในช่องปาก ว่ามีจุดขาว      จุดแดง ลักษณะเป็นเม็ด ๆ หรือมีแผลถลอกหรือไม่

  คลำ: ใช้นิ้วคลำลิ้นหรือเยื่อบุในช่องปาก      ว่ามีก้อนแข็งขนาดเล็กเหมือนเมล็ดข้าวหรือไม่

  หากพบอาการข้างต้นแม้เพียงข้อเดียว ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว

  เมื่อทราบการวินิจฉัยนี้ ปฏิกิริยาแรกของคุณลุงเต๋อคือ “ต้องรีบรักษา” แต่คำถามคือ จะรักษาที่ไหน และรักษาอย่างไรดี?

  มีเพื่อนแนะนำเขาว่า “อย่าเพิ่งรีบผ่าตัด ลองไปดูที่โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้า เมืองกว่างโจว ประเทศจีน ที่นั่นมีวิธีรักษาที่แผลเล็ก เจ็บน้อย”


  รักษาอย่างไร? 3 ขั้นตอนสำคัญ

  ในเดือนเมษายน ปี 2015 คุณลุงเต๋อได้เดินทางมาที่กว่างโจว ผลตรวจหลังเข้ารับการรักษาพบว่า บริเวณด้านซ้ายของลิ้นมีก้อนรอยโรคที่มีการเผาผลาญสูง ลักษณะเป็นก้อนยาว ขนาดประมาณ 1.7 × 3.2 × 2.4 ซม. ใหญ่พอ ๆ กับพุทราลูกเล็ก อีกทั้งต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอยังมีความผิดปกติ จึงไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ของการแพร่กระจายได้

  ทีมแพทย์ได้วางแผนการรักษาอย่างละเอียด โดยแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน:

  01 กำจัด “ต้นตอ” ของมะเร็ง ผ่าตัดนำก้อนมะเร็งที่ลิ้นออก พร้อมตัดเนื้อเยื่อรอบข้างที่ดูปกติออกไปบางส่วน (ขอบเขตปลอดภัย) เพื่อกำจัดรากของโรคให้หมด เปรียบเสมือนการถอนรากถอนโคน

  02 “แช่แข็ง” เซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลือ บริเวณผ่าตัดและจุดรอบ ๆ ที่อาจยังมีเซลล์มะเร็งตกค้าง จะถูกทำลายด้วยเทคโนโลยีจี้เย็นอาร์กอน-ฮีเลียม (Cryoablation) ใช้อุณหภูมิต่ำมากเพื่อแช่แข็งและทำลายเซลล์มะเร็ง เสมือนเพิ่มชั้นความปลอดภัยให้การรักษา

  03 ตัดเส้นทางการแพร่กระจาย ทำการผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอ เพื่อนำจุดที่อาจมีการแพร่กระจายออก และตัดเส้นทางที่มะเร็งอาจลุกลามไปส่วนอื่น ลดความเสี่ยงการกลับเป็นซ้ำและการกระจายไปไกลในอนาคต

  หลังการผ่าตัด ผลตรวจชิ้นเนื้อพบว่าเป็นมะเร็งชนิดสความัสเซลล์ (Squamous Cell Carcinoma) ระดับความรุนแรงต่ำถึงปานกลาง ซึ่งได้ลุกลามลงไปถึงชั้นกล้ามเนื้อและมีแผลที่ผิวด้านบน

  ข่าวดีคือ ขอบเขตการผ่าตัดสะอาด ไม่พบเซลล์มะเร็งหลงเหลือ และไม่พบการกระจายในต่อมน้ำเหลือง

  

image.png


  หลังการผ่าตัด คุณลุงเต๋อยังได้รับการรักษาเสริมด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด และการบำบัดด้วยเลือดตนเองร่วมกับโอโซน (Ozone Autohemotherapy) เพื่อเสริมประสิทธิภาพการรักษา เพิ่มภูมิคุ้มกัน และลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็ง

  ในช่วงแรกหลังผ่าตัด เขาต้องเข้ารับการตรวจติดตามทุกเดือน ต่อมาลดลงเป็นทุก 3 เดือน จากนั้นเป็นทุก 6 เดือน และปัจจุบันตรวจปีละครั้ง อาการพูดของเขาชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ และสามารถรับประทานอาหารได้ดีขึ้นตามลำดับ

  เขาเล่าว่า “เมื่อก่อนผมกินทุกอย่าง ไม่เคยระวังอะไรเลย แต่ตอนนี้ผมใส่ใจเรื่องโภชนาการให้สมดุล และออกกำลังกายทุกวัน”

  จนถึงวันนี้ เวลาผ่านไปแล้วกว่า 10 ปี ยังไม่พบสัญญาณการกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็ง

  ครั้งนี้กลับมา…เพื่อพาภรรยามารักษา

  ปีนี้ คุณลุงเต๋อกลับมาที่โรงพยาบาลฟูด้าอีกครั้ง แต่ไม่ใช่เพื่อตัวเอง หากเป็นการพาภรรยามารักษา

  ปรากฏว่า ภรรยาของเขามีอาการคลื่นไส้ ท้องอืด และมีเลือดปนในอุจจาระเป็นครั้งคราวมาตั้งแต่ 2 ปีก่อน แต่เธอคิดว่าเป็นแค่ “ร้อนใน” หรือกินอาหารไม่ระวัง จึงไม่ได้ใส่ใจมาก

  จนกระทั่งช่วงตรุษจีนปีนี้ อาการถ่ายเป็นเลือดมากขึ้น ท้องอืดรุนแรงขึ้น เมื่อตรวจที่โรงพยาบาลในพื้นที่ พบก้อนเนื้อขนาดประมาณ 3 ซม. ในลำไส้ใหญ่ส่วนซิกมอยด์

  ในครอบครัวมีความเห็นต่างกัน คุณลุงเต๋ออยากพามารักษาที่กว่างโจว ส่วนลูกชายมองว่ามาเลเซียสะดวกกว่า สุดท้ายภรรยาตัดสินใจเชื่อสามี โดยบอกว่า “พ่อของลูกเคยรักษาหายที่นี่ ฉันก็เชื่อที่นี่”

  ในเดือนเมษายน เธอเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดส่องกล้องเลาะเยื่อบุใต้ผิว (ESD) เพื่อเอาก้อนเนื้อออก ผลตรวจชิ้นเนื้พบว่าเป็นเนื้องอกชนิดวิลลัสอะดีโนมา (Villous adenoma) ของลำไส้ใหญ่ส่วนซิกมอยด์ ซึ่งเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้าย แต่มีความเสี่ยงพัฒนาเป็นมะเร็งได้ โชคดีที่ตรวจพบได้ทันเวลา ทำให้การผ่าตัดสำเร็จด้วยดี

  ปัจจุบัน คุณลุงเต๋อและภรรยาได้เดินทางกลับประเทศอย่างปลอดภัยแล้ว สำหรับพวกเขา การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต สิ่งสำคัญคือการยอมรับและรักษาอย่างเต็มที่ และในการต่อสู้กับโรคครั้งนี้ การได้พบกับทีมงานของโรงพยาบาลฟูด้า ตั้งแต่แพทย์ พยาบาล ล่าม ไปจนถึงคนขับรถ ที่คอยดูแลอย่างอบอุ่นเหมือนคนในครอบครัว ถือเป็นทั้งโชคดีและความประทับใจที่ยากจะลืม

  

image.png


  ข้อเตือนใจสำคัญ

  อย่ามองข้ามแผลในช่องปากที่ไม่หายสักทีว่าเป็นแค่ “ร้อนใน” หากแผลนานเกิน 2 สัปดาห์แล้วยังไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด

  เพราะแผลเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร อาจไม่ได้ธรรมดาอย่างที่คิด และอาจซ่อนความเสี่ยงที่ร้ายแรงกว่านั้นไว้

  ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างนี้

  เทคนิคการรักษาด้วยความเย็น | โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้ากว่างโจว



  ปรึกษาโรคมะเร็ง

  หากคุณต้องการทราบว่าผู้ป่วยเหมาะสำหรับการรักษาแบบบาดแผลเล็กหรือไม่ (การรักษาด้วยความเย็น  การรักษาด้วยมีดนาโน  การรักษาเฉพาะจุดแบบอุดตันเส้นเลือด ฯลฯ) และค่าใช้จ่ายในการรักษา  กรุณากรอกข้อมูลผู้ป่วย เพื่อรับคำแนะนำจากทีมแพทย์มะเร็งผู้เชี่ยวชาญของเรา



รับคำแนะนำจากแพทย์


วิธีการรักษา
  • การรักษาด้วยความเย็น (Cryosurgical Ablation, CSA)...

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง
  • ศ.นพ.หนิวลี่จื้อ...

การรักษาที่กำลังนิย
  • การรักษาด้วยความเย็น (Cryosurgical Ablation, CSA)

  • การรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือด

  • การรักษาด้วยมีดนาโน (IRE)

  • การรักษาด้วยคลื่นไมโครเวฟ

  • วิธีการรักษาผู้ป่วยด้วยยาสมุนไพรจีน

  • การรักษาด้วยคีโมร้อนบริเวณช่องท้อง

  • การรักษาโดยสร้างภูมิคุ้มกันแบบองค์รวม

  • โรงพยาบาลมะเร็งเฉพาะทางแห่งชาติ
  • โรงพยาบาลมะเร็งที่ได้รับรองมาตรฐาน JCI ระดับนานาชาติ
  • ศูนย์ฝึกอบรมการรักษาด้วยความเย็นแห่งเอเชีย
  • ศูนย์ชีวการแพทย์กว่างโจวสถาบันวิทยาศาสตร์จีนและเวชศาสตร์ปริวรรตสถาบันสุขภาพ